5 เทคนิค อ่านงานวิจัยได้เร็ว ในเวลาจำกัด

หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ต้องอ่านหรือหยิบข้อมูลสำคัญจากอ่านวิจัยเพื่อนำข้อมูลไปต่อยอด แต่ไม่เคยมีเวลาตั้งใจอ่านสักทีเพราะมันต้องใช้เวลาเยอะ บทความนี้ถูกเขียนมาเพื่อคุณ การอ่านงานวิจัยแต่ละฉบับเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะการอ่านงานวิจัยอย่างมีคุณภาพนั้นเราจะอ่านให้จบไปเพียงอย่างเดียวไม่ได้นะคะ แต่เราต้องอ่านด้วยความเข้าใจ เพราะงานวิจัยหลายฉบับถึงแม้ว่าจะมีคำค้นหาตรงกับสิ่งที่เราต้องการ ถ้าหากเรามีเวลาว่างเหลือเฟือเราอาจจะอ่านงานวิจัยวันละกี่ฉบับก็ได้ไม่มีปัญหา แต่ปัญหาคือคุณอาจจะไม่มีเวลา ดังนั้น วันนี้เรามี 5 เทคนิค อ่านงานวิจัยได้เร็ว ในเวลาจำกัดสำหรับคนที่มีเวลาจำกัดมาฝากค่ะ

  1. ชื่องานวิจัย

ก่อนเริ่มต้นอ่านงานวิจัยฉบับใดก็ตาม ผู้อ่านควรอ่านชื่องานวิจัยนั้น ๆ อย่างละเอียดให้เข้าใจก่อนว่างานวิจัยฉบับนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เรากำลังสนใจหรือไม่ เพราะถึงแม้งานวิจัยนั้นจะตรงกับสิ่งที่เราสนใจ แต่ถ้าในชื่องานวิจัยระบุถึงกลุ่มประชากรที่ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราต้องการจะอ่าน หรือมีวิธีวิจัยที่แตกต่างไปจากที่เราต้องการ ยกตัวอย่างเช่น เราสนใจงานวิจัยเรื่องการใช้ยา A ในหญิงตั้งครรภ์เพื่อที่ต้องการจะทราบว่ายานั้นมีผลต่อเด็กทารกหรือไม่ แต่งานวิจัยที่เราค้นมาได้มีชื่อว่า ‘การศึกษาการใช้ยา A ในผู้สูงอายุ’ ซึ่งไม่ตรงกับสิ่งที่เราต้องการ เราก็ควรข้ามการอ่านงานวิจัยนั้น ๆ เพื่อเป็นการประหยัดเวลาค่ะ

         2. เริ่มอ่านจากบทคัดย่อ

          บทคัดย่อ หรือ abstract จะเป็นจุดศูนย์รวมทุกอย่างของงานวิจัยนี้ ตั้งแต่ที่มาและความสำคัญของงานวิจัย (background) วัตถุประสงค์ของการทำงานวิจัยนี้ (objectives) ระเบียบวิธีวิจัยหรือขั้นตอนวิธีการต่าง ๆ ในการทำงานวิจัย (methods) ผลการวิจัย (results) และสรุปผลการวิจัย (conclusions) ซึ่งหากต้องการประหยัดเวลาในการอ่านงานวิจัยจริง ๆ ก็สามารถอ่านแค่บทคัดย่อของงานวิจัยนั้น ๆ อย่างเดียวก็ได้ แต่อย่าลืมว่าเนื้อหาที่ผู้วิจัยเขียนในบทคัดย่ออาจมีโอกาศแตกต่างจากเนื้อหาด้านในได้ รวมไปถึงการสรุปผลการวิจัยเช่นกัน ดังนั้นถ้ามีเวลาผู้อ่านก็ควรอ่านเนื้อหาด้านในทั้งหมดเพื่อประเมินความน่าเชื่อถือของงานวิจัยนี้อีกครั้งนะคะ

          3. อ่านกราฟแผนภูมิตารางให้เข้าใจ

          งานวิจัยหลายฉบับมักเลือกแสดงผลลัพธ์เป็นรูปภาพ กราฟ ตาราง แผนภูมิ (ยกเว้นงานวิจัยที่มีลักษณะเป็นการพรรณนาหรือการบรรยาย) ซึ่งการอ่านผลลัพธ์ที่ได้จากงานวิจัยจากสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เราเข้าใจและช่วยประหยัดเวลาได้มากขึ้น แต่อย่าลืมว่าไม่ใช่ผลลัพธ์ทั้งหมดที่จะแสดงออกมาในรูปแบบกราฟหรือตารางนะคะ เพราะฉะนั้นต้องดูให้ดีด้วยว่าสิ่งที่เรากำลังอ่านอยู่ตรงกับผลลัพธ์หลักที่งานวิจัยนี้ระบุหรือไม่ และต่อไปนี้ก็จะเป็นทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการอ่านงานวิจัยที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำความเข้าใจเนื้อหาในงานวิจัยนะคะ

          4. การเน้นสิ่งที่สำคัญ

         งานวิจัยหลายฉบับอาจมีเนื้อหาหลายหน้า อ่านมาก ๆ ก็อาจจะลายตาหรือมีโอกาสที่เราจะลืมจุดที่สำคัญนั้น ๆ ไปได้ ดังนั้นเราควรขีดเน้นหรือกาดอกจันในจุดที่เราสนใจ หรือจุดที่เราจะกลับมาทำความเข้าใจเพิ่มในภายหลังไว้เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลากลับมาอ่านซ้ำใหม่ค่ะ

          5. ข้ามเนื้อหาบางส่วนไปก่อน

         แน่นอนค่ะว่าการอ่านงานวิจัยแต่ละฉบับเราควรอ่านและทำความเข้าใจในเนื้อหาทั้งหมดพร้อมกับการประเมินความน่าเชื่อถือของงานวิจัยนั้น ๆ ไปด้วย แต่ในเวลาที่จำกัดเราอาจจะจำเป็นต้องเลือกอ่านเฉพาะจุดที่เราสนใจหรืออ่านเนื้อหาที่เราต้องการจะนำไปใช้ก่อน

Tag : การทำ is จ้างทำ is จ้างทำวิจัย จ้างทำวิทยานิพนธ์ จ้างทํางานวิจัย จ้างทําวิจัย ป.ตรี ราคา จ้างทําวิจัยราคา จ้างทําวิจัยราคาประหยัด จ้างทําวิจัย ราคาเท่าไหร่ จ้างทําวิทยานิพนธ์ จ้างทําวิทยานิพนธ์ราคา จ้างวิจัย ทําวิทยานิพนธ์ ทำงานวิจัย ทำงานวิทยานิพนธ์ บริการรับทำวิจัย รับจัดหน้าวิทยานิพนธ์ รับจ้างทำ is รับจ้างทํางานวิจัย ราคาถูก รับจ้างทํารายงาน รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ ราคาถูก รับจ้างเขียนรายงาน รับทำ is รับทำ powerpoint รับทำ spss รับทำ thesis รับทำดุษฎีนิพนธ์ รับทำวิจัย รับทำวิจัยราคาถูก รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำสารนิพนธ์ รับทำแบบสอบถาม รับทำโปรเจคจบ รับทํา thesis รับทํางานวิจัย รับทําปริญญานิพนธ์ รับทํารายงาน รับทําวิจัย ป.ตรี รับทําวิทยานิพนธ์ รับทําวิทยานิพนธ์ ป.โท รับทําวิทยานิพนธ์ ราคา รับทําวิทยานิพนธ์ราคาเท่าไหร่ รับทํา สารนิพนธ์ รับแปลงานวิจัย ราคารับทำวิทยานิพนธ์ วิจัย

Stay Connected

More Updates

10 แอปพลิเคชันช่วยให้การเรียนออนไลน์ง่ายขึ้น

การเรียนออนไลน์อาจมีอุปสรรคในหลายด้าน เช่น จดโน้ตไม่ทัน งานเยอะขึ้น หรือแม้แต่ความสนใจในการเรียนและความจำลดลง แต่ไม่ต้องกังวลไปสมัยนี้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้น และวันนี้เรามี 10 แอปพลิเคชัน ช่วยให้การเรียนออนไลน์ง่ายขึ้น มาฝากค่ะ Goodnotes : จดโน้ตให้สนุกขึ้น  แอปพลิเคชันที่จะช่วยให้การจดโน้ตของทุกคนเป็นเรื่องที่ง่ายและสนุกขึ้น มีฟีเจอร์ให้เล่นหลากหลายเพื่อทำให้การจดโน้ตของทุกคนมีสีสันยิ่งขึ้น หากใครไม่ชอบเขียนก็สามารถพิมพ์ตัวหนังสือแทนได้เช่นกัน Notability : จดโน้ตพร้อมเสียงสะดวกสุดๆ  เจ้า Notability นั้นมีฟังก์ชันค่อนข้างคล้ายกับ Good Note

10 เทคนิคง่ายๆสำรวจตัวเองให้ชัวร์ก่อนตัดสินใจเรียนต่อ !!

เมื่อไฟในการอยากเรียนกลับมาอีกครั้งซึ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่มักถามตัวเองคือจะเรียนอะไรดีนะ?? ก่อนที่คุณจะตัดสินใจวางมือจากทุกอย่างที่ทำอยู่ แล้วเลือกไปเรียนศึกษาต่อ ต้องสำรวจให้แน่ใจก่อนว่าคือสิ่งที่ต้องการจริงหรือไม่ ลองใช้ 10 เทคนิคง่ายๆ สำรวจตัวเองให้ชัวร์ ก่อนตัดสินใจเรียนต่อ!! ดังต่อไปนี้ได้เลย 1. ถามตัวเองก่อน สิ่งแรกที่ต้องถามตัวเองคือเหตุผลที่คุณอยากไปเรียนต่อปริญญาโท เรียนเพราะต้องการความก้าวหน้าในอาชีพ? หรือต้องการที่จะเจาะลึกข้อมูลเฉพาะอย่าง? หรืออยากเรียนเพื่อประโยชน์ในการเรียนรู้? ไม่ว่าเหตุผลนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม แต่การถามตัวเองให้แน่ใจจะสามารถช่วยให้การตัดสินใจแคบลงกว่าเดิม 2. พิจารณาถึงวิธีการ สิ่งหนึ่งที่ต้องรู้ไว้คือการศึกษาในระดับปริญญาโทนั้นย่อมแตกต่างจากปริญญาตรีอยู่แล้ว ทั้งโครงสร้างและวิธีการต่างก็เป็นเรื่องที่คุณยังไม่ทราบมาก่อน ดังนั้นจึงต้องทำความเข้าในเรื่องหลักสูตรและวิธีการ 3.

เทคนิคใช้ Google Scholar เพื่อค้นหางานวิจัย

ค้นหาข้อมูลกับ Google Scholar ได้อย่างไร? คุณสามารถค้นหาข้อมูลได้หลายวิธีใน Google Scholar หากคุณรู้ว่าใครเป็นผู้เขียนของข้อมูลที่คุณต้องการลองใช้ชื่อ เช่น barbara ehrenreich นอกจากนี้คุณยังสามารถค้นหาตามชื่อสิ่งพิมพ์ที่คุณกำลังค้นหาหรือเพิ่มการค้นหาโดยการเรียกดูหมวดหมู่ในส่วน การค้นหาขั้นสูง นอกจากนี้คุณยังสามารถค้นหาโดยเรื่อง; ตัวอย่างเช่นการค้นหาคำว่า “exercise” ทำให้ผลการค้นหามีความหลากหลาย ผลการค้นหาของ Google Scholar หมายถึงอะไร คุณจะสังเกตเห็นว่าผลการค้นหาของคุณใน Google Scholar ดูแตกต่างจากที่คุณคุ้นเคย