Thesis Thailand

รับทำวิจัยเยอะจนเครียด ทำไงดี? มารู้จัก 12 วิธีคลายเครียดง่ายๆที่ทุกคนทำได้

จริงๆแล้วความเครียดเป็นสิ่งที่ดีถ้าเราใช้มันอย่างถูกวิธี  แต่ถ้ามากเกินไปก็อาจจะเกิดอันตรายกับสุขภาพร่างกายและจิตใจของเราได้ เพราะความเครียดที่มากเกินไปคือต้นต่อของโรคต่างๆมากมายอย่างที่คุณคาดไม่ถึง เช่น อาการปวดศีรษะ โรคอัลไซเมอร์ โรคหัวใจ โรคหอบหืด โรคอ้วน รวมถึงโรควิตกกังวลและโรคซึมเศร้า เป็นต้น 

คุณเชื่อไหมว่าจริงๆแล้วความเครียดเป็นสิ่งจำที่ร่างกายมักจะเรียกใช้ยามมีปัญหาแถมยังช่วยเพิ่ม Productivity อีกด้วย แต่หลายๆครั้งความเครียดกลับเกิดจากความลังเลไม่ยอมตัดสินใจให้เด็ดขาดโดยใช่เหตุ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพแบบง่ายๆคือเครียดเพราะตัดสินไม่ได้ว่าจะเลือกกิน ซื้อ หรือว่าจะทำหรือไม่ได้อะไรดี ฉะนั่นวันนี้ผมจะมาแชร์ 12 วิธีคลายเครียดง่ายๆที่ทุกคนทำได้

  1. หายใจเข้าลึก หยุดพักจากทุกสิ่งแล้วลองสำรวจลมหายใจตนเองสัก 5 นาที เริ่มต้นด้วยการนั่งหลังตรง หลับตา เอามือวางไว้ที่หน้าตัก จากนั้นหายใจเข้าลึก ๆ ด้วยจมูก แล้วค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกทางปาก หรืออาจนั่งสมาธิเพื่อช่วยคลายเครียดด้วยก็ได้ ซึ่งหากทำเป็นประจำทุกวันก็อาจช่วยให้สมองรับมือกับความเครียดได้ดียิ่งขึ้น
  2. หัวเราะออกมาดัง แม้อยากจะเป็นการแกล้งทำก็ได้ เพราะการหัวเราะจนท้องแข็งไม่เพียงแต่ดีต่อจิตใจเท่านัั้น แต่ยังช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ร่างกายหลั่งออกมาตอนเครียด และยังช่วยกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นโดรฟินซึ่งเป็นสารแห่งความสุขได้อีกด้วย
  3. ยิ้มให้กับทุกสิ่ง ไม่แปลกที่จะอารมณ์ไม่ดี โกรธ หรือโมโหในแต่ละวันที่ต้องเจอกับปัญหา แต่หากเราคิดบวกและเลือกที่จะยิ้มกว้าง ๆ ให้กับทุกสิ่ง ไม่เพียงจะช่วยให้ตัวเองคลายเครียดแล้ว ยังอาจช่วยให้ผู้คนรอบข้างยิ้มตามและมีความสุขได้เช่นกัน
  4. จัดระเบียบความคิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว หากกลัวว่าจะพลาดเรื่องใดเรื่องหนึ่งไป ควรใช้เวลาอยู่กับตัวเองเพื่อจัดระเบียบความคิด แล้วอาจเขียนลงบนกระดาษ เขียนออกมาเป็นลำดับ หรือวาดภาพตามสะดวก เพราะวิธีนี้อาจช่วยให้คุณเห็นภาพความคิดของตนเองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
  5. ขยับร่างกายให้มากขึ้น ทั้งด้วยการออกกำลังกาย เล่นโยคะ ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ ปีนเขา ยกน้ำหนัก หรือเล่นกีฬา เพราะมันทั้งช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และยังเพิ่มระดับเอ็นโดรฟินหรือสารอื่น ๆ ที่ดีต่อสุขภาพและอารมณ์ ซึ่งช่วยคลายเครียดได้เป็นอย่างดี 
  6. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะการรับประทานอาหารหลัก 5 หมู่ เพราะจะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน เมื่อสุขภาพร่างกายแข็งแรง สุขภาพจิตก็ดีตามไปด้วยได้เช่นกัน
  7. พบปะผู้คนบางครั้งเวลาเครียด หลายคนอาจอยากอยู่คนเดียวและใช้เวลากับความคิดของตนเอง แต่การได้ออกไปพบปะเพื่อนฝูงหรือคนอื่น ๆ ในครอบครัว ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกัน ก็อาจช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากเรื่องที่เครียดอยู่ และทำให้ผ่อนคลายได้มากขึ้น
  8. พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับถือเป็นการเติมพลังให้กับสมองและร่างกายได้เป็นอย่างดี หากนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอก็อาจส่งผลต่อร่างกาย สมาธิ ความคิด และอารมณ์ในแต่ละวันได้ ซึ่งการปล่อยวางความคิดทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวก่อนเข้านอน การวางมือถือไว้ไกลตัว การสร้างบรรยากาศที่เงียบและผ่อนคลาย จะช่วยให้ประสิทธิภาพในการนอนดีขึ้นได้
  9. จดบันทึกไดอารี่ เป็นเหมือนการระบายความในใจ ความคิด และความรู้สึกในแต่ละวันผ่านการเขียน ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีแบบแผนว่าจะเขียนออกมาในแนวไหน เพียงแค่จับปากกาแล้วเขียนไปเรื่อย ๆ ปล่อยไปตามความรู้สึกของตนเอง หรืออาจพิมพ์บันทึกลงในโทรศัพท์มือถือ โดยไม่จำเป็นต้องให้ใครอ่านไดอารี่ของตัวเอง เมื่อเขียนเสร็จก็สามารถฉีกทิ้งลงถังขยะ หรือจะเก็บไว้อ่านในอนาคตภายหน้าต่อไป เพื่อสะท้อนถึงความคิดของตัวเองในอดีตก็ได้เช่นกัน
  10. เลี้ยงสัตว์เป็นเพื่อน ทั้งสุนัข แมว แฮมสเตอร์ ปลา หรือสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ ที่ชื่นชอบ สัตว์เหล่านี้จะช่วยฝึกให้ผู้เลี้ยงมีความอ่อนโยน และยังสามารถเพิ่มระดับสารเซโรโทนินและโดพามีน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยปรับสมดุลของอารมณ์ให้คงที่ และมีความสัมพันธ์ต่อความรู้สึกสงบ ความสุข และช่วยให้ไม่วิตกกังวลด้วย
  11. เลิกเสียนิสัยที่ไม่ดี แต่ละคนก็มีวิธีการรับมือกับความเครียดที่แตกต่างกันออกไป บางคนสูบบุหรี่เวลาเครียด บางคนดื่มแอลกอฮอล์ บางคนอาจพบว่าการรับประทานอาหารปริมาณมาก ๆ ช่วยทำให้รู้สึกดีขึ้นได้ แต่นิสัยเหล่านี้ล้วนส่งผลเสียต่อสุขภาพ จึงควรปรับแนวคิดและพฤติกรรมให้ดีต่อสุขภาพมากขึ้น
  12. ปล่อยใจไปกับเสียงเพลง การฟังเพลงจากเพลย์ลิสต์สุดโปรดนับเป็นหนทางหนึ่งในการคลายเครียด เพราะนอกจากจะทำให้ผู้ฟังมีความรื่นเริงแล้ว ยังช่วยลดความตึงของกล้ามเนื้อ และลดระดับฮอร์โมนความเครียดในร่างกาย

อย่างไรก็ตาม 12 วิธีที่กล่าวไปนี้เป็นเพียงแนวทางให้คุณคลายเครียดได้ง่ายๆโดยบังคับให้ร่างกายรู้สึกวิตกกังวลน้อยลงและผ่อนคลายยิ่งขึ้น ซึ่งบางคนอาจจะหยิบเพียงไม่กีข้อในนี้ไปใช้แล้วก็ได้ผล แต่อาจจะมีบางคนลองทั้ง 12 วิธีแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกวิตกกังวลอยู่ในจิตใจอยู่ดี ฉะนั่นผมจึงขอแชร์เพิ่มเติมอีกหน่อยว่า ลองเลือกทำในสิ่งที่ชอบและสบายใจที่สุดเพิ่มไปด้วยอีกอย่างหนึ่ง แล้วถ้าเกิดยังจัดการกับสภาวะเครียดที่คุณมีไม่ได้ก็ลองไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือพบจิตแพทย์เพื่อหาสาเหตุ และแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ คุณจะได้ค้นพบแนวทางการอยู่ร่วมกับสิ่งต่างๆได้อย่างมีความสุขยิ่งขึ้นครับ

Stay Connected

More Updates